รวมแผนเงินออม เมืองไทยประกันชีวิต ระยะสั้น รับผลตอบแทนการันตี ยาวนาน
z

z
z
แบบประกัน “เมืองไทย คุ้มครองตลอดชีพ 99/1 (มีเงินคืน 1.75%)” ที่ปรากฏในภาพ เป็นรูปแบบการออมเงินก้อนเดียวที่มีลักษณะเฉพาะตัวสูง โดยสามารถวิเคราะห์เจาะลึกได้ดังนี้ครับ
1. วิเคราะห์จุดเด่นของแบบประกัน
-
ชำระเบี้ยครั้งเดียว (Single Premium): จ่ายเงินก้อนเพียงครั้งเดียวจบ ไม่เป็นภาระผูกพันในระยะยาว ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาเงินมาชำระเบี้ยในนพปีต่อๆ ไป
-
สภาพคล่องในรูปแบบเงินคืน (Cash Back): ให้เงินคืนปีละ 1.75% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1 ไปจนถึงอายุ 98 ปี ซึ่งถือเป็นอัตราที่แน่นอน (Guaranteed) ไม่ผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจ
-
ความคุ้มครองชีวิตที่สูงกว่าเงินต้น: ให้ความคุ้มครองชีวิตอยู่ที่ 105% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ซึ่งหมายความว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ทายาทจะได้รับเงินคืนมากกว่าเงินต้นที่ส่งไป
-
สิทธิประโยชน์ทางภาษี: สามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุด 100,000 บาท (ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)
-
สมัครง่าย: จากข้อมูลในภาพระบุว่าไม่ต้องตรวจสุขภาพและไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและความยุ่งยากในการอนุมัติ
2. เป้าหมายของแบบประกันนี้
-
Park เงินก้อน: เพื่อเป็นแหล่งพักเงินสำหรับเงินเย็นที่ต้องการความเสี่ยงต่ำมาก แต่ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากออมทรัพย์ทั่วไป
-
สร้าง Passive Income: เพื่อรับเงินคืนสม่ำเสมอทุกปีประหนึ่งเป็นดอกเบี้ยหรือเงินปันผลที่แน่นอน เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
-
การวางแผนมรดก: เพื่อส่งต่อเงินก้อนพร้อมส่วนต่าง 5% ให้กับทายาทโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการจัดการมรดกที่ยุ่งยาก
3. เหมาะกับใคร
-
ผู้ที่มีเงินเย็นก้อนใหญ่: เช่น เงินที่ได้จากการขายที่ดิน, เงินโบนัสก้อนใหญ่ หรือเงินเก็บที่ยังไม่มีแผนจะใช้ใน 5-10 ปีข้างหน้า
-
วัยเกษียณหรือผู้ที่ใกล้เกษียณ: ที่ต้องการกระแสเงินสด (Cash Flow) รายปีไว้ใช้จ่าย โดยที่เงินต้นยังอยู่ครบและมีความคุ้มครองชีวิตพ่วงมาด้วย
-
นักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยง: ใช้เป็นส่วนของสินทรัพย์ที่ปลอดภัย (Safe Haven) ในพอร์ตการลงทุน เพื่อสร้างสมดุลให้กับสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ
-
ผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษี: แต่ไม่ต้องการมีภาระในการจ่ายเบี้ยประกันหลายปี
4. ทำไมควรมีไว้
ในยุคที่อัตราดอกเบี้ยธนาคารมีความผันผวน การมีเครื่องมือทางการเงินที่ “การันตี” เงินคืนในอัตราที่แน่นอนอย่าง 1.75% ต่อปี และยังได้รับเงินก้อนคืนเมื่อครบสัญญา (อายุ 99 ปี) หรือเมื่อเสียชีวิตที่ 101.75% – 105% ถือเป็นการสร้างความมั่นคงทางการเงินที่สูงมาก
สรุปสั้นๆ: แบบประกันนี้คือการ “เปลี่ยนเงินเก็บ เป็นเงินกงสี” ที่ให้ดอกผลทุกปี โดยที่เงินต้นปลอดภัยและได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นของแถมครับ
z
z

z
z
แบบประกัน “เมืองไทย แฮปปี้ เซฟเวอร์ พลัส 10/2” จากภาพ มีรายละเอียดที่น่าสนใจสำหรับการวางแผนการเงินดังนี้ครับ
1. จุดเด่นของแบบประกัน
-
จ่ายสั้น คุ้มครองยาว: จ่ายเบี้ยประกันเพียง 2 ปี แต่ได้รับความคุ้มครองและผลประโยชน์ต่อเนื่องถึง 10 ปี
-
การันตีเงินคืนชัดเจน: รับเงินจ่ายคืนแน่นอนปีละ 2.25% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 2 ถึงปีที่ 9
-
ผลประโยชน์รวมสูง: เมื่อครบกำหนดสัญญาในปีที่ 10 จะได้รับเงินก้อนอีก 110% รวมผลประโยชน์ตลอดสัญญาสูงถึง 128%
-
ความคุ้มครองชีวิต: มีความคุ้มครองชีวิตเริ่มต้นที่ 100% ในปีแรก เพิ่มเป็น 110% ในปีที่ 2-8 และสูงสุดที่ 115% ในปีที่ 9-10
-
สิทธิประโยชน์ทางภาษี: เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุด 100,000 บาท ต่อปี
-
สมัครง่าย: รับประกันตั้งแต่อายุ 1 ปี – 70 ปี
2. เหมาะกับใคร
-
ผู้ที่ต้องการออมเงินระยะสั้นถึงกลาง: เหมาะกับคนที่ไม่อยากผูกพันกับการจ่ายเบี้ยนานๆ (จ่ายแค่ 2 ปีจบ) แต่ต้องการเก็บเงินไว้ใช้ในอีก 10 ปีข้างหน้า
-
คนวัยทำงานที่ต้องการลดหย่อนภาษี: สำหรับผู้ที่มีฐานภาษีสูงและต้องการหาตัวช่วยลดหย่อนภาษีที่ให้ผลตอบแทนแน่นอนและไม่เสี่ยง
-
พ่อแม่ที่วางแผนการศึกษาบุตร: สามารถออมเงินให้ลูกตั้งแต่อายุ 1 ปี เพื่อเป็นทุนการศึกษาในอนาคต
-
ผู้ที่มองหาทางเลือกแทนเงินฝาก: สำหรับผู้ที่มีเงินเย็นและต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารทั่วไป โดยไม่มีความเสี่ยงจากการผันผวนของตลาด
3. ทำไมควรมีไว้ (ความคุ้มค่า)
-
ความแน่นอน: ในสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน แบบประกันนี้ให้ผลตอบแทนแบบ “การันตี” ไม่ต้องลุ้นกับสภาวะตลาด
-
สร้างวินัยทางการเงิน: เป็นการบังคับออมเงินก้อนในช่วง 2 ปีแรก เพื่อให้มีเงินก้อนใหญ่ในอีก 10 ปีข้างหน้า
-
ได้มากกว่าเงินออม: นอกจากเงินออมแล้ว ยังได้ความคุ้มครองชีวิตพ่วงไปด้วย ซึ่งบัญชีเงินฝากทั่วไปไม่มีให้
4. เป้าหมายของแบบประกัน
-
เพื่อการออมเงินอย่างมีระบบ: มุ่งเน้นการสร้างเงินก้อนในระยะเวลา 10 ปี
-
เพื่อสวัสดิการและมรดก: เป็นหลักประกันให้ครอบครัวหากเกิดเหตุไม่คาดฝันในช่วงที่ทำสัญญา
-
เพื่อบริหารภาษี: เป็นเครื่องมือในการจัดการภาระภาษีประจำปีอย่างมีประสิทธิภาพ
สรุป: แผนนี้เน้นความเรียบง่าย “จ่ายสั้น-คืนชัวร์-ลดหย่อนภาษีได้” เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการความชัวร์ในผลตอบแทนครับ
z
z

z
แบบประกัน “โครงการเพื่อสะสมทรัพย์ 15/6 การันตี” จากภาพ มีรายละเอียดที่น่าสนใจและคุ้มค่าสำหรับการออมเงินระยะสั้นถึงกลาง ดังนี้ครับ
1. จุดเด่นของแบบประกัน
-
จ่ายสั้น คุ้มครองนาน: ชำระเบี้ยประกันเพียง 6 ปี แต่ได้รับความคุ้มครองยาวนานถึง 15 ปี
-
เงินคืนระหว่างสัญญาปีละ 6%: รับเงินคืนแน่นอนทุกปี ปีละ 6% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่ปีแรกจนถึงปีที่ 14
-
ผลประโยชน์รวมสูง: เมื่อครบสัญญารับเงินก้อนอีก 606% รวมผลประโยชน์ตลอดสัญญาสูงถึง 690%
-
ความคุ้มครองชีวิตเพิ่มขึ้นแบบขั้นบันได: เริ่มต้นที่ 100% ในปีแรก และเพิ่มขึ้นปีละ 100% จนสูงสุดที่ 600% ตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป
-
สิทธิประโยชน์ทางภาษี: เบี้ยประกันสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท ต่อปี (ตามเกณฑ์สรรพากร)
-
สมัครง่าย: รับประกันตั้งแต่อายุ 30 วัน – 80 ปี โดย ไม่ต้องตรวจสุขภาพ และ ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ
2. เหมาะกับใคร
-
ผู้ที่ต้องการวินัยในการออมเงินระยะสั้น: เหมาะกับคนวัยทำงานที่อยากเก็บเงินเป็นก้อนในช่วง 6 ปี เพื่อใช้ในอีก 15 ปีข้างหน้า
-
คนวัยทำงานที่ต้องการวางแผนภาษี: เป็นตัวช่วยลดหย่อนภาษีที่ให้ผลตอบแทนแน่นอนและไม่ต้องเสี่ยงกับความผันผวนของตลาดหุ้น
-
ผู้สูงอายุ (สูงสุด 80 ปี): เนื่องจากสมัครง่ายไม่ต้องตรวจหรือตอบคำถามสุขภาพ จึงเหมาะเป็นมรดกเงินก้อนให้ลูกหลาน
-
ผู้ที่ต้องการกระแสเงินสดรายปี: เพื่อนำเงินคืนปีละ 6% มาใช้จ่ายหรือเป็นเงินค่าขนมให้ลูก
3. ทำไมควรมีไว้
-
ความแน่นอนของการันตี: ผลตอบแทน 6% ทุกปีเขียนไว้ชัดเจนในสัญญา ไม่เปลี่ยนตามดอกเบี้ยธนาคารที่ขาลง
-
คุ้มค่ากว่าออมทั่วไป: หากดูจากตัวอย่างในภาพ กรณีอยู่ครบสัญญาจะได้รับผลประโยชน์มากกว่าเบี้ยที่จ่ายไปรวมกว่า 1,092,000 บาท (สำหรับทุน 1 ล้าน)
-
ความเสี่ยงต่ำมาก: เงินต้นปลอดภัยพร้อมผลตอบแทนคงที่ และยังมีความคุ้มครองชีวิตที่สูงถึง 6 เท่าของเงินเอาประกันภัย
4. เป้าหมายของแบบประกัน
-
สร้างกองทุนเงินก้อนในอนาคต: เพื่อเป้าหมายในอีก 15 ปีข้างหน้า เช่น ทุนการศึกษาบุตร หรือเงินก้อนหลังเกษียณ
-
การบริหารสถาบันครอบครัว: เพื่อเตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ทายาทจะได้รับเงินก้อนโตตามความคุ้มครองชีวิตที่เพิ่มขึ้น
-
เพื่อสิทธิประโยชน์สูงสุดทางภาษี: ใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินในการประหยัดภาษีรายปีอย่างมีประสิทธิภาพ
สรุป: แผน 15/6 นี้เน้น “ออมสั้น คืนแรง ไม่ต้องเช็กสุขภาพ” เหมาะมากสำหรับคนที่มองหาความมั่นคงและผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากทั่วไปครับ
z
z

z
แบบประกัน “เมืองไทย แฮปปี้ รีเทิร์น 88/8 การันตี” จากภาพมีรายละเอียดวิเคราะห์เจาะลึกได้ดังนี้ครับ
1. จุดเด่นของแบบประกัน
-
จ่ายสั้น คุ้มครองยาว: ชำระเบี้ยประกันเพียง 8 ปี แต่ได้รับความคุ้มครองยาวนานถึงอายุ 88 ปี
-
เงินคืนระหว่างสัญญาเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันได:
-
ปีที่ 1-8 รับเงินคืนปีละ 9% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
-
ปีที่ 9-16 รับเงินคืนปีละ 11% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
-
ปีที่ 17 จนถึงอายุ 87 ปี รับเงินคืนปีละ 13% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
-
-
ผลประโยชน์รวมสูงมาก: เมื่อครบกำหนดสัญญารับเงินก้อนอีก 808%
-
ความคุ้มครองชีวิตสูง: เริ่มต้นที่ 100% และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 800% ตั้งแต่ปีที่ 8 เป็นต้นไปจนจบสัญญา
-
สมัครง่าย: รับประกันตั้งแต่อายุ 30 วัน – 75 ปี โดย ไม่ต้องตรวจสุขภาพ และ ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ
-
สิทธิประโยชน์ทางภาษี: เบี้ยประกันสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท ตามเกณฑ์ของสรรพากร
2. เหมาะกับใคร
-
ผู้ที่ต้องการสร้าง Passive Income ระยะยาว: เหมาะกับคนที่ต้องการมีเงินโอนเข้าบัญชีทุกปีอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่น้อยไปหามากเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
-
คนวัยทำงานที่วางแผนเกษียณ: เพื่อใช้เป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีเงินคืนให้ใช้ยาวๆ จนถึงอายุ 88 ปี
-
พ่อแม่ที่ออมเงินให้ลูก: เพื่อเป็นทุนการศึกษาหรือเงินก้นถุงให้ลูกตั้งแต่เด็ก โดยที่มีเงินคืนรายปีช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย
-
ผู้สูงอายุที่ต้องการส่งต่อมรดก: เนื่องจากสมัครง่ายไม่ต้องตรวจสุขภาพ จึงเป็นวิธีส่งต่อความมั่นคงให้ลูกหลานที่มีมูลค่าสูงกว่าเงินต้น
3. ทำไมควรมีไว้
-
ความแน่นอนในการวางแผน: ผลตอบแทนทุกอย่างเป็นการ “การันตี” ระบุชัดเจนในเล่มกรมธรรม์ ไม่ผันผวนตามเศรษฐกิจหรือดอกเบี้ยธนาคาร
-
สร้างวินัยการออมระยะสั้น: ใช้เวลาเก็บออมเพียง 8 ปี แต่สร้างดอกผลกินยาวไปหลายทศวรรษ
-
ความคุ้มค่า: จากตัวอย่างในภาพ หากอยู่ครบสัญญา ผลประโยชน์ที่ได้รับจะมากกว่าเบี้ยประกันที่จ่ายมาทั้งหมดถึง 7,660,000 บาท (คำนวณจากทุน 1 ล้าน)
4. เป้าหมายของแบบประกัน
-
เพื่อการออมเงินก้อนใหญ่ในอนาคต: มุ่งเน้นการสะสมทรัพย์ที่ปลอดภัยและได้รับผลกำไรที่แน่นอน
-
เพื่อสวัสดิการหลังเกษียณ: เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีเงินใช้ทุกปีตลอดช่วงอายุขัย
-
เพื่อสร้างมรดกที่ทวีค่า: ใช้ความคุ้มครองชีวิตที่สูงถึง 8 เท่า (800%) เป็นมรดกส่งต่อให้ครอบครัว
สรุป: แผนนี้เน้น “ออม 8 ปี มีเงินคืนเพิ่มขึ้นตลอดชีพ” เป็นการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำแต่ให้ผลตอบแทนที่มั่นคงและยาวนานที่สุดตัวหนึ่งครับ
z
ช่องทางชำระเงิน
1.โอนผ่าน QR CODE หรือ ชำระช่องทุกธนาคาร
2.แคชเชียร์เช็ค เช็ค
3.บัครเครดิตทุกธนาคาร ทั้งระบบ Online และ OFF Line
4.เงินสดพร้อมเอกสารรับเงิน
บวรธีรักษ์ บรรณบวรพงษ์
วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
FChFP – Fellow Chartered Financial Practitioner
คุณวุฒิทางวิชาชีพสำหรับมืออาชีพ ด้านบริการทางการเงิน
MDRT คือ สมาคมของที่ปรึกษาทางการเงินนานาชาติ
ประสบการทำงานกว่า 20ปี




