มัดรวมประกันเหมาจ่ายที่ดีสุด เมืองไทยประกันชีวิต DHealth Lite ดีเฮลท์ไลต์/Elite Health Plus/เหมาจ่ายเอ็กซ์ตร้า/เอ็กตร้าแคร์พลัส
z

z
z
เจาะลึก 5 คัมภีร์ประกันสุขภาพ “เมืองไทยประกันชีวิต” มัดรวมตัวท็อป Best Seller แห่งปี 2026
เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 นิยามของคำว่า “ประกันสุขภาพที่คุ้มค่า” ไม่ได้หมายถึงแค่เบี้ยที่ถูกที่สุด แต่คือความลงตัวระหว่าง วงเงินความคุ้มครอง และ ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต วันนี้เราจึงรวบรวม 5 ผลิตภัณฑ์ดาวเด่นที่มียอดจำหน่ายสูงสุด (Top Bestseller) มาให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในที่เดียว
1. D Health Lite : “เบาใจ สบายกระเป๋า” (The Budget Choice)
นี่คือการปรับโฉมใหม่ที่ครองใจคนวัยทำงานและครอบครัวยุคใหม่มากที่สุด
-
จุดเด่น: ลดเบี้ยประกันลงสูงสุดถึง 24.4% แต่ยังได้วงเงินเหมาจ่าย 5 ล้านบาทต่อครั้ง
-
ความพิเศษ: เลือกวงเงินค่าห้องได้ตามงบ (เริ่มต้น 4,000 บาท) และขยายค่ายากลับบ้านเพิ่มเป็น 14 วัน
-
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการประกันเหมาจ่ายคุณภาพพรีเมียม ในราคาที่จับต้องได้จริง
2. Elite Health Plus : “เหนือระดับ ครบทุกความต้องการ” (The Ultimate Choice)
ที่สุดของความอุ่นใจสำหรับผู้ที่ต้องการมาตรฐานการรักษาระดับสูงสุด
-
จุดเด่น: วงเงินคุ้มครองสูงถึง 20 – 100 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมทั้ง IPD และ OPD (ตามแผนที่เลือก)
-
ความพิเศษ: เข้าถึงเทคโนโลยีรักษามะเร็งแบบตรงจุด (Targeted Therapy) และเลือกห้องพักเดี่ยวมาตรฐานได้ทุกโรงพยาบาลโดยไม่ต้องกังวลส่วนต่าง
-
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองแบบครอบจักรวาล และการรักษาในโรงพยาบาลชั้นนำ
3. เหมาจ่ายเอ็กซ์ตร้า : “เหมาตั้งแต่บาทแรก” (The Entry Level)
ทางเลือกยอดฮิตสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มมีประกันเล่มแรก หรืออยากได้ความคุ้มครองพื้นฐานที่ครอบคลุม
-
จุดเด่น: เหมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 500,000 บาทต่อครั้ง และรับค่าห้องแยกต่างหากสูงสุด 4,000 บาทต่อวัน
-
ความพิเศษ: เบี้ยประกันคงที่ในระดับที่น่ารัก ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย
-
เหมาะสำหรับ: วัยเริ่มต้นทำงาน (First Jobber) หรือผู้ที่ต้องการสวัสดิการเหมาจ่ายพื้นฐานที่จ่ายจริงตั้งแต่บาทแรก
4. Extra Care Plus : “เติมเต็มสวัสดิการที่มีให้เต็มแม็กซ์” (The Top-up Choice)
ออกแบบมาเพื่อเป็น “จิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย” สำหรับคนที่มีประกันกลุ่มหรือประกันสังคมอยู่แล้ว
-
จุดเด่น: ทำหน้าที่เป็นประกันส่วนเกิน (Deductible) ช่วยจ่ายส่วนที่เกินจากสวัสดิการเดิม สูงสุดถึง 500,000 บาทต่อครั้ง
-
ความพิเศษ: เบี้ยประกันถูกมาก เพราะเน้นคุ้มครองส่วนที่สวัสดิการเดิมเอาไม่อยู่
-
เหมาะสำหรับ: พนักงานบริษัทที่มีสวัสดิการค่ารักษาอยู่บ้างแล้ว แต่กลัวว่าหากเจอโรคร้ายแรงหรือผ่าตัดใหญ่ วงเงินเดิมจะไม่พอ
5. Care Plus : “คุ้มครองเฉพาะจุด แบบตรงประเด็น” (The Specialized Choice)
นวัตกรรมใหม่ที่เน้นดูแลโรคร้ายแรงที่ต้องใช้ค่ารักษาสูงต่อเนื่อง
-
จุดเด่น: เน้นหนักที่ โรคมะเร็ง และ ไตวายเรื้อรังทุกระยะ วงเงินสูงสุด 5 ล้านบาทต่อโรคต่อปี
-
ความพิเศษ: ครอบคลุมทั้งการฉายแสง เคมีบำบัด และการล้างไต รวมถึงการดูแลด้านจิตวิทยาหลังการป่วย
-
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่กังวลเรื่องโรคร้ายแรงเป็นพิเศษ หรือต้องการเสริมเกราะป้องกันเฉพาะโรคให้แข็งแกร่งขึ้น
บทสรุปจากมุมมองที่ปรึกษา:
การเลือกประกันสุขภาพในปี 2026 ไม่ใช่เรื่องของการเลือกแบบที่แพงที่สุด แต่คือการเลือก “Package ที่ใช่” สำหรับคุณ:
-
เน้นความคุ้มค่าคุ้มเบี้ย → D Health Lite
-
เน้นการรักษาระดับพรีเมียม → Elite Health Plus
-
เน้นเติมเต็มสวัสดิการเดิม → Extra Care Plus
พร้อมจะวางแผนสุขภาพที่ใช่ให้ตัวคุณเองหรือยังครับ? หากยังลังเล สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อเปรียบเทียบเบี้ยตามช่วงอายุได้ทันทีครับ!
z
z

z
z

z
z

z
z

z
z

z
z

z
z

z
z

z
z
1. ข้อมูลโดยละเอียด: D Health Lite (ดี เฮลท์ ไลต์)
D Health Lite คือสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ เหมาจ่าย ที่เน้นความคุ้มครองเมื่อต้องนอนโรงพยาบาล (IPD) โดยชูจุดเด่นเรื่องความง่ายและไม่ซับซ้อน
-
วงเงินความคุ้มครอง: เหมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามจริง สูงสุด 5 ล้านบาทต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง
-
ค่าห้อง: 4,000 บาท/วัน (นอนห้องเดี่ยวมาตรฐานได้ทุกโรงพยาบาล)
-
ความคุ้มครอง: ครอบคลุมทั้งค่าผ่าตัด , ค่ายา, ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ และค่ารักษาพยาบาลกรณีอุบัติเหตุฉุกเฉินภายใน 24 ชั่วโมง
-
เกณฑ์การรับประกัน: รับตั้งแต่อายุ 11 – 90 ปี (คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี)
- D Health Lite เมื่อประกันสุขภาพระดับ ‘พรีเมียม’ ปรับตัวให้ ‘เบา’ และ ‘เข้าถึงง่าย’ กว่าที่เคย
- ในยุคที่ค่าครองชีพขยับตัวสูงขึ้น แต่ความเสี่ยงเรื่องสุขภาพไม่ได้ลดน้อยลงไปตามเงินในกระเป๋า หลายคนตกอยู่ในสภาวะ “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” อยากได้ประกันสุขภาพดีๆ ที่คุ้มครองเหมาจ่ายหลักล้าน แต่พอเห็นค่าเบี้ยประกันรายปีแล้วก็ต้องถอยกลับมาตั้งหลักใหม่
ล่าสุดมีการเปิดตัว **D Health Lite** ซึ่งผมมองว่าเป็น “จุดสมดุลใหม่” ของวงการประกันสุขภาพ ที่ออกแบบมาเพื่อแก้โจทย์เรื่องราคาโดยเฉพาะ ภายใต้คอนเซปต์
“เบาขึ้น…แต่ยังคุ้มเหมือนเดิม”
- 1. ปลดล็อกความกังวลเรื่อง ‘เบี้ยประกัน’ จุดเปลี่ยนสำคัญของตัว Lite คือการเปิดโอกาสให้เรา
“เลือกวงเงินค่าห้องได้ตามงบประมาณ” โดยเริ่มต้นเพียง 4,000 บาท ซึ่งการปรับเปลี่ยนจุดนี้ส่งผลให้เบี้ยประกันถูกลงสูงสุดถึง **24.4%** เมื่อเทียบกับรุ่นพี่อย่าง D Health Plus เดิม ช่วยให้คนที่อยากเริ่มต้นมีสวัสดิการดีๆ สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นโดยไม่กระทบสภาพคล่องในชีวิตประจำวัน
- 2. ‘เหมาจ่าย’ มาตรฐานเดิมที่ไว้วางใจได้
แม้ชื่อจะมีคำว่า Lite แต่ความคุ้มครองหลักไม่ได้ถูกตัดทอนจนน่ากังวลครับ:
**วงเงินเหมาจ่าย 5 ล้านบาท** ความเจ๋งคือเป็นวงเงิน **“ต่อการเข้าพักรักษาครั้งใดครั้งหนึ่ง”** ไม่ใช่ต่อปี และที่สำคัญคือ **“ไม่จำกัดวงเงินรวมต่อปี”** ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่หาตัวจับยากในเรทราคานี้
**ครอบคลุมทุกการรักษา** ไม่ว่าจะเป็นค่าผ่าตัด หรือค่ารักษาพยาบาลทั่วไป ก็ยังคงสิทธิ์เหมาจ่ายตามจริงในวงเงิน 5 ล้านบาทเช่นเดิม
- 3. อัปเกรดรายละเอียดเล็กๆ ที่มีผลใหญ่ต่อความรู้สึก
สิ่งที่ผมประทับใจเป็นพิเศษคือการปรับเพิ่ม
“ค่ายากลับบ้าน” (Take home medicine)จากเดิม 7 วัน ขยายเพิ่มเป็นสูงสุด 14 วัน ต่อการแอดมิด ซึ่งในความเป็นจริง การรักษาโรคบางอย่างต้องใช้ยาต่อเนื่องหลังจากออกจากโรงพยาบาล การขยายส่วนนี้จึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนต่างได้จริง
- 4. ดูแลครบจบจนถึงช่วงพักฟื้น
D Health Lite ยังคงให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูร่างกาย
**Follow-up** คุ้มครองการตรวจติดตามอาการหลังออกจากโรงพยาบาลสูงสุด 30 วัน แบบไม่จำกัดจำนวนครั้งและวงเงิน
**กายภาพบำบัด** ครอบคลุมค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังการเป็นผู้ป่วยในอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณกลับมาแข็งแรงได้สมบูรณ์ที่สุด
- D Health Lite ไม่ใช่การลดสเปกเพื่อทำราคา แต่เป็นการ “ปรับจูนให้พอดี”
สำหรับคนที่มองหาความคุ้มครองระดับเหมาจ่ายในราคาที่สบายกระเป๋าขึ้น หากคุณเคยปฏิเสธประกันสุขภาพเพียงเพราะคำว่า “เบี้ยแพง” ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่คุณควรลองเปิดใจพิจารณาตัวเลือกนี้ดูอีกครั้งครับ
เพราะความอุ่นใจ… ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยภาระที่หนักเกินไปเสมอไป
2. จุดเด่นที่สำคัญ
-
เหมาจ่ายหลักล้าน: ไม่ต้องแยกวงเงินย่อยๆ ให้ปวดหัว จ่ายรวมในวงเงินเดียว
-
เบี้ยราคาย่อมเยา: ออกแบบมาให้เข้าถึงง่ายกว่าแผน D Health Plus รุ่นใหญ่ แต่ยังได้มาตรฐานการรักษาที่สูง
-
มีทางเลือก “ความรับผิดส่วนแรก” (Deductible)และ Copayment 20:80 และ 10:90 : สามารถเลือกแผนที่มีความรับผิดส่วนแรกเพื่อลดค่าเบี้ยประกันให้ถูกลงอีก (เหมาะสำหรับคนที่มีสวัสดิการเดิมอยู่แล้ว)
3. ทำไมถึงควรเลือก D Health Lite?
เพราะค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ยปีละ 8-10% ประกันสุขภาพแบบเดิมที่มี “วงเงินจำกัดรายรายการ” (เช่น ค่าห้อง 3,000 บาท) มักจะไม่เพียงพอ การเลือก D Health Lite ช่วยให้คุณ “อุ่นใจเรื่องส่วนต่าง” และเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาใหม่ๆ ที่มีราคาสูงได้โดยไม่ต้องกังวล
4. เหมาะกับใคร? กลุ่มเป้าหมายคือใคร?
-
กลุ่มคนทำงาน/มนุษย์เงินเดือน: ที่อยากมีสวัสดิการสุขภาพเป็นของตัวเอง ไม่ต้องฝากชีวิตไว้กับประกันสังคมเพียงอย่างเดียว
-
เจ้าของธุรกิจส่วนตัว/Freelance: ที่ต้องการความคุ้มครองสุขภาพที่แน่นอนและจัดการง่าย
-
คุณพ่อคุณแม่: ที่ต้องการความคุ้มครองให้ลูกวัยเรียน (อายุ 11 ปีขึ้นไป)
-
ผู้ที่มองหาประกันตัวแรก: อยากเริ่มต้นด้วยประกันเหมาจ่ายที่เบี้ยไม่แพง แต่คุ้มครองจริง
5. มีประกันเดิมอยู่แล้ว ทำไมควรมี D Health Lite อีก 1 ฉบับ?
-
Top-up สวัสดิการเดิม: ประกันกลุ่มของบริษัทมักมีวงเงินจำกัด (เช่น วงเงินผ่าตัด 3 หมื่นบาท) แต่ถ้าต้องผ่าตัดใหญ่หลักแสน D Health Lite จะเข้าไปช่วยจ่ายส่วนที่เกินออกมา
-
แก้ Pain Point ประกันออมทรัพย์/ลดหย่อนภาษี: ประกันเหล่านั้นเน้นเงินคืนและลดหย่อนภาษี แต่ค่ารักษาพยาบาลต่ำมาก การมี D Health Lite เสริมเข้าไปจะช่วยปิดความเสี่ยงเรื่องสุขภาพได้อย่างสมบูรณ์
-
เตรียมพร้อมหลังเกษียณ: ประกันกลุ่มจะหายไปทันทีเมื่อลาออกหรือเกษียณ การมี D Health Lite ตั้งแต่วันที่สุขภาพยังดี คือการการันตีว่าคุณจะมีสวัสดิการใช้ไปจนแก่
6. Feedback และความประทับใจจากผู้ใช้งาน
-
“ประทับใจที่เคลมง่าย ไม่ต้องสำรองจ่ายในโรงพยาบาลคู่สัญญา”
-
“เบี้ยประกันต่อปีหารออกมาแล้วตกเดือนไม่กี่บาท แต่คุ้มครองหลักล้าน รู้สึกคุ้มค่ามาก”
z
z
ช่องทางชำระเงิน
1.โอนผ่าน QR CODE หรือ ชำระช่องทุกธนาคาร
2.แคชเชียร์เช็ค เช็ค
3.บัครเครดิตทุกธนาคาร ทั้งระบบ Online และ OFF Line
4.เงินสดพร้อมเอกสารรับเงิน
บวรธีรักษ์ บรรณบวรพงษ์
วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
FChFP – Fellow Chartered Financial Practitioner
คุณวุฒิทางวิชาชีพสำหรับมืออาชีพ ด้านบริการทางการเงิน
MDRT คือ สมาคมของที่ปรึกษาทางการเงินนานาชาติ
ประสบการทำงานกว่า 20ปี




