Total Views: 5,095Daily Views: 14

Dhealth Lite

dhealthlite

1. ข้อมูลโดยละเอียด: D Health Lite (ดี เฮลท์ ไลต์)

D Health Lite คือสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ เหมาจ่าย ที่เน้นความคุ้มครองเมื่อต้องนอนโรงพยาบาล (IPD) โดยชูจุดเด่นเรื่องความง่ายและไม่ซับซ้อน

  • วงเงินความคุ้มครอง: เหมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามจริง สูงสุด 5 ล้านบาทต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง

  • ค่าห้อง: 4,000 บาท/วัน  (นอนห้องเดี่ยวมาตรฐานได้ทุกโรงพยาบาล)

  • ความคุ้มครอง: ครอบคลุมทั้งค่าผ่าตัด , ค่ายา, ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ และค่ารักษาพยาบาลกรณีอุบัติเหตุฉุกเฉินภายใน 24 ชั่วโมง

  • เกณฑ์การรับประกัน: รับตั้งแต่อายุ 11 – 90 ปี (คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี)

  • D Health Lite   เมื่อประกันสุขภาพระดับ ‘พรีเมียม’ ปรับตัวให้ ‘เบา’ และ ‘เข้าถึงง่าย’ กว่าที่เคย
    ในยุคที่ค่าครองชีพขยับตัวสูงขึ้น แต่ความเสี่ยงเรื่องสุขภาพไม่ได้ลดน้อยลงไปตามเงินในกระเป๋า หลายคนตกอยู่ในสภาวะ “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” อยากได้ประกันสุขภาพดีๆ ที่คุ้มครองเหมาจ่ายหลักล้าน แต่พอเห็นค่าเบี้ยประกันรายปีแล้วก็ต้องถอยกลับมาตั้งหลักใหม่
    ล่าสุดมีการเปิดตัว **D Health Lite** ซึ่งผมมองว่าเป็น “จุดสมดุลใหม่” ของวงการประกันสุขภาพ ที่ออกแบบมาเพื่อแก้โจทย์เรื่องราคาโดยเฉพาะ ภายใต้คอนเซปต์
    “เบาขึ้น…แต่ยังคุ้มเหมือนเดิม”
    1. ปลดล็อกความกังวลเรื่อง ‘เบี้ยประกัน’  จุดเปลี่ยนสำคัญของตัว Lite คือการเปิดโอกาสให้เรา
    “เลือกวงเงินค่าห้องได้ตามงบประมาณ” โดยเริ่มต้นเพียง 4,000 บาท ซึ่งการปรับเปลี่ยนจุดนี้ส่งผลให้เบี้ยประกันถูกลงสูงสุดถึง **24.4%** เมื่อเทียบกับรุ่นพี่อย่าง D Health Plus เดิม ช่วยให้คนที่อยากเริ่มต้นมีสวัสดิการดีๆ สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นโดยไม่กระทบสภาพคล่องในชีวิตประจำวัน
    2. ‘เหมาจ่าย’ มาตรฐานเดิมที่ไว้วางใจได้
    แม้ชื่อจะมีคำว่า Lite แต่ความคุ้มครองหลักไม่ได้ถูกตัดทอนจนน่ากังวลครับ:
    **วงเงินเหมาจ่าย 5 ล้านบาท** ความเจ๋งคือเป็นวงเงิน **“ต่อการเข้าพักรักษาครั้งใดครั้งหนึ่ง”** ไม่ใช่ต่อปี และที่สำคัญคือ **“ไม่จำกัดวงเงินรวมต่อปี”** ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่หาตัวจับยากในเรทราคานี้
    **ครอบคลุมทุกการรักษา** ไม่ว่าจะเป็นค่าผ่าตัด หรือค่ารักษาพยาบาลทั่วไป ก็ยังคงสิทธิ์เหมาจ่ายตามจริงในวงเงิน 5 ล้านบาทเช่นเดิม
    3. อัปเกรดรายละเอียดเล็กๆ ที่มีผลใหญ่ต่อความรู้สึก
    สิ่งที่ผมประทับใจเป็นพิเศษคือการปรับเพิ่ม
    “ค่ายากลับบ้าน” (Take home medicine)จากเดิม 7 วัน ขยายเพิ่มเป็นสูงสุด 14 วัน ต่อการแอดมิด ซึ่งในความเป็นจริง การรักษาโรคบางอย่างต้องใช้ยาต่อเนื่องหลังจากออกจากโรงพยาบาล การขยายส่วนนี้จึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนต่างได้จริง
    4. ดูแลครบจบจนถึงช่วงพักฟื้น
    D Health Lite ยังคงให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูร่างกาย
    **Follow-up** คุ้มครองการตรวจติดตามอาการหลังออกจากโรงพยาบาลสูงสุด 30 วัน แบบไม่จำกัดจำนวนครั้งและวงเงิน
    **กายภาพบำบัด** ครอบคลุมค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังการเป็นผู้ป่วยในอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณกลับมาแข็งแรงได้สมบูรณ์ที่สุด

    D Health Lite ไม่ใช่การลดสเปกเพื่อทำราคา แต่เป็นการ “ปรับจูนให้พอดี”
    สำหรับคนที่มองหาความคุ้มครองระดับเหมาจ่ายในราคาที่สบายกระเป๋าขึ้น หากคุณเคยปฏิเสธประกันสุขภาพเพียงเพราะคำว่า “เบี้ยแพง” ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่คุณควรลองเปิดใจพิจารณาตัวเลือกนี้ดูอีกครั้งครับ
    เพราะความอุ่นใจ… ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยภาระที่หนักเกินไปเสมอไป

2. จุดเด่นที่สำคัญ

  • เหมาจ่ายหลักล้าน: ไม่ต้องแยกวงเงินย่อยๆ ให้ปวดหัว จ่ายรวมในวงเงินเดียว

  • เบี้ยราคาย่อมเยา: ออกแบบมาให้เข้าถึงง่ายกว่าแผน D Health Plus รุ่นใหญ่ แต่ยังได้มาตรฐานการรักษาที่สูง

  • มีทางเลือก “ความรับผิดส่วนแรก” (Deductible)และ Copayment 20:80 และ 10:90 : สามารถเลือกแผนที่มีความรับผิดส่วนแรกเพื่อลดค่าเบี้ยประกันให้ถูกลงอีก (เหมาะสำหรับคนที่มีสวัสดิการเดิมอยู่แล้ว)

3. ทำไมถึงควรเลือก D Health Lite?

เพราะค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ยปีละ 8-10% ประกันสุขภาพแบบเดิมที่มี “วงเงินจำกัดรายรายการ” (เช่น ค่าห้อง 3,000 บาท) มักจะไม่เพียงพอ การเลือก D Health Lite ช่วยให้คุณ “อุ่นใจเรื่องส่วนต่าง” และเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาใหม่ๆ ที่มีราคาสูงได้โดยไม่ต้องกังวล

4. เหมาะกับใคร? กลุ่มเป้าหมายคือใคร?

  • กลุ่มคนทำงาน/มนุษย์เงินเดือน: ที่อยากมีสวัสดิการสุขภาพเป็นของตัวเอง ไม่ต้องฝากชีวิตไว้กับประกันสังคมเพียงอย่างเดียว

  • เจ้าของธุรกิจส่วนตัว/Freelance: ที่ต้องการความคุ้มครองสุขภาพที่แน่นอนและจัดการง่าย

  • คุณพ่อคุณแม่: ที่ต้องการความคุ้มครองให้ลูกวัยเรียน (อายุ 11 ปีขึ้นไป)

  • ผู้ที่มองหาประกันตัวแรก: อยากเริ่มต้นด้วยประกันเหมาจ่ายที่เบี้ยไม่แพง แต่คุ้มครองจริง

5. มีประกันเดิมอยู่แล้ว ทำไมควรมี D Health Lite อีก 1 ฉบับ?

  • Top-up สวัสดิการเดิม: ประกันกลุ่มของบริษัทมักมีวงเงินจำกัด (เช่น วงเงินผ่าตัด 3 หมื่นบาท) แต่ถ้าต้องผ่าตัดใหญ่หลักแสน D Health Lite จะเข้าไปช่วยจ่ายส่วนที่เกินออกมา

  • แก้ Pain Point ประกันออมทรัพย์/ลดหย่อนภาษี: ประกันเหล่านั้นเน้นเงินคืนและลดหย่อนภาษี แต่ค่ารักษาพยาบาลต่ำมาก การมี D Health Lite เสริมเข้าไปจะช่วยปิดความเสี่ยงเรื่องสุขภาพได้อย่างสมบูรณ์

  • เตรียมพร้อมหลังเกษียณ: ประกันกลุ่มจะหายไปทันทีเมื่อลาออกหรือเกษียณ การมี D Health Lite ตั้งแต่วันที่สุขภาพยังดี คือการการันตีว่าคุณจะมีสวัสดิการใช้ไปจนแก่

6. Feedback และความประทับใจจากผู้ใช้งาน

  • “ประทับใจที่เคลมง่าย ไม่ต้องสำรองจ่ายในโรงพยาบาลคู่สัญญา”

  • “เบี้ยประกันต่อปีหารออกมาแล้วตกเดือนไม่กี่บาท แต่คุ้มครองหลักล้าน รู้สึกคุ้มค่ามาก”


z

ขอข้อมูลเพิ่ม กดที่นี่

z

ขอข้อมูลเพิ่ม กดที่นี่

ช่องทางชำระเงิน
1.
โอนผ่าน QR CODE หรือ ชำระช่องทุกธนาคาร
2.
แคชเชียร์เช็ค เช็ค
3.
บัครเครดิตทุกธนาคาร ทั้งระบบ Online และ OFF Line
4.
เงินสดพร้อมเอกสารรับเงิน

บวรธีรักษ์ บรรณบวรพงษ์

วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
FChFP – Fellow Chartered Financial Practitioner
คุณวุฒิทางวิชาชีพสำหรับมืออาชีพ ด้านบริการทางการเงิน
MDRT
คือ สมาคมของที่ปรึกษาทางการเงินนานาชาติ
ประสบการทำงานกว่า 20ปี

 

Get a personal consultation

We will take care of your accounting and administrative services.

Add Line หาเรา
(081) 930 4184